นายกฯ เปิดงาน “DE Digital Shield Forum” รณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร ปักหมุด  หัวลำโพง สร้างเกราะคุ้มกันคนไทย รู้ทันภัยออนไลน์ ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล

นายกฯ เปิดงาน “DE Digital Shield Forum” รณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร ปักหมุด หัวลำโพง สร้างเกราะคุ้มกันคนไทย รู้ทันภัยออนไลน์ ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล

นายกฯ เปิดงาน “DE Digital Shield Forum” รณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร ปักหมุด

หัวลำโพง สร้างเกราะคุ้มกันคนไทย รู้ทันภัยออนไลน์ ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร “DE Digital Shield Forum” ครั้งที่ 1 ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” ชูแนวคิด “Safe Digital Journey : เรียนรู้ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล” ย้ำรัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมออนไลน์เป็นวาระแห่งชาติ ควบคู่สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ขณะที่ “ไชยชนก” รมว.ดีอี เดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วน ตัดวงจรบัญชีม้า-ซิมม้า-ช่องทางหลอกลวง พร้อมนำความรู้ Digital Literacy ลงสู่พื้นที่ ตั้งเป้าประชาชนร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 2,000 คนต่อครั้ง

 

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร (DE Digital Shield Forum) ครั้งที่ 1 ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” แนวคิด “Safe Digital Journey : เรียนรู้ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล” ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวงดีอี และหน่วยงานในสังกัด ผู้ที่เกี่ยวข้อง ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมงาน ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) กรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งการสื่อสาร การทำธุรกรรมทางการเงิน การซื้อขายสินค้า การศึกษา การประกอบอาชีพ และการเข้าถึงบริการภาครัฐ ซึ่งแม้เทคโนโลยีจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ขณะเดียวกันอาชญากรรมออนไลน์ก็พัฒนาอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีและเครือข่ายข้ามพรมแดนเป็นเครื่องมือ สร้างความเสียหายต่อทั้งทรัพย์สินของประชาชน ความเชื่อมั่น และระบบเศรษฐกิจของประเทศ

รัฐบาลจึงกำหนดให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ และเร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกภายใต้หลัก “ความรับผิดชอบร่วมกัน” หรือ Shared Responsibility โดย

บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และภาคเอกชน เพื่อปิดช่องทางและตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์

ตั้งแต่ต้นทาง

ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งดำเนินการทั้งการตรวจสอบและระงับบัญชีม้า ตัดเส้นทางการเงิน ปราบปรามซิมม้าและโครงสร้างพื้นฐานที่มิจฉาชีพนำไปใช้ ตลอดจนขยายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อกดดันและกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมยกระดับเทคโนโลยี ระบบแจ้งเตือนภัย และกลไกช่วยเหลือผู้เสียหายให้เข้าถึงการคุ้มครองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 

“Digital Shield ไม่ได้หมายถึงการใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสร้าง ‘ภูมิคุ้มกัน’

ให้เกิดขึ้นกับทุกคน เพราะประชาชนที่มีความเข้าใจ มีทักษะ และรู้เท่าทัน คือการป้องกันที่ดีที่สุดในการรับมือกับภัยออนไลน์ เกราะที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่กฎหมายหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือความตระหนักรู้และ

ความระมัดระวังของประชาชนเอง รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับภัยออนไลน์เพียงลำพัง แต่จะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องประชาชน ลดความสูญเสีย และสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับ

คนไทยทุกคน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงดีอีได้เร่งบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงาน กสทช. สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และภาคีเครือข่าย เพื่อปิดช่องโหว่ ตัดวงจรการหลอกลวง และยกระดับการคุ้มครองประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงดีอีได้ผลักดันมาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนากลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การเร่งระงับบัญชีม้าและซิมม้า การปิดกั้นช่องทางการสื่อสารที่ใช้ในการกระทำความผิด

การสนับสนุนการติดตามเส้นทางการเงินของขบวนการอาชญากรรม รวมถึงการยกระดับมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้การป้องกันและยับยั้งภัยออนไลน์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล โดยนำข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมมาใช้รับมือภัยใน 5 ด้าน ได้แก่ ภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยสังคม และการยกระดับการบริหารภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน คาดการณ์ รับมือ และแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

 

“มาตรการทางกฎหมายและการปราบปรามเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ‘ภูมิคุ้มกันของประชาชน’ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด กระทรวงดีอีจึงจัดกิจกรรม DE Digital Shield Forum เพื่อนำองค์ความรู้ ทักษะการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล หรือ Digital Literacy รวมถึงนวัตกรรมการเตือนภัยรูปแบบใหม่ลงไปถึงประชาชนและเยาวชน เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มวัยรู้ทันกลลวง ใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์” นายไชยชนก กล่าว

สำหรับกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร “DE Digital Shield Forum” ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” กำหนดจัดรวม 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Safe Digital Journey : เรียนรู้ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล” ก่อนเดินทางต่อไปจัดกิจกรรมครั้งที่ 2 ณ จังหวัดอุทัยธานี และครั้งที่ 3 ณ จังหวัดสงขลา

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ นิทรรศการให้ความรู้สำหรับประชาชน และเวิร์กช็อปส่งเสริมการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความตระหนักรู้และทักษะในการรับมือ

ภัยออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า การหลอกลงทุนและระดมทุนออนไลน์

การหลอกลวงทางการเงิน การพนันออนไลน์ และการหลอกซื้อขายสินค้าและบริการ โดยตั้งเป้าหมายให้มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 2,000 คนต่อครั้ง เพื่อขยายเครือข่าย “เกราะคุ้มกันดิจิทัล” ให้ประชาชนสามารถรู้ทัน ป้องกันตนเอง และส่งต่อความรู้ไปยังครอบครัวและคนรอบข้าง นำไปสู่สังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเข้มแข็ง