การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศเดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตท่องเที่ยวไทยเน้นเจาะตลาดเชิงรุก ในกลุ่มละตินอเมริกาและยุโรปตะวันออก ขานรับแนวทางการท่องเที่ยวยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของปรับลดความเสี่ยงการพึ่งพาตลาดเดิม ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Year of Transformation” เปลี่ยนการแข่งขันเชิงปริมาณสู่เชิงมูลค่า(Value over Volume) เน้นสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณค่าและความหมาย(Meaningful Experiences) โดยลาตินอเมริกาและยุโรปตะวันออก ที่ถือเป็นตลาดดาวรุ่งที่มีศักยภาพและมีมูลค่าสูง (Rising Stars) จากสถิติของปีที่ผ่านมาพบว่า มีกำลังซื้อสูง มีอัตราการเข้าพักระยะยาว พร้อมเปิดรับประสบการณ์ท่องเที่ยวหลายมิติทั้งเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชุมชนท้องถิ่น อาหาร ถือว่ามีโอกาสเติบโตในระยะยาว พุ่งเป้าดันรายได้การท่องเที่ยวปี 2570 จากยุโรปตะวันออกแตะ 3.4 หมื่นล้านบาท และจากลาตินอเมริกา 1.5 หมื่นล้านบาท

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชี้ถึงภาพรวมนโยบายว่า “ทิศทางการท่องเที่ยวไทยในปีนี้และปีหน้า มุ่งเปิดตลาดท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High-value) ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury ซึ่งตลาดท่องเที่ยวมูลค่าสูง หมายถึงกลุ่มที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ จากการเดินทางมาทั้งแบบคนเดียว แบบกลุ่มหรือครอบครัว เข้าพักและท่องเที่ยวในไทยในระยะยาว มีการใช้จ่ายกับกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลายมิติ ด้วยจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานรากด้วย จากสถิติทางททท.พบว่า นักท่องเที่ยวจากลาตินอเมริกาและยุโรปตะวันออกถือเป็นกลุ่มเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์การเติบโตอย่างยั่งยืนของไทย”
โดยตัวเลขจากรายงานผลสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศจากประเทศแถบลาตินอเมริกาล่าสุดในปี 2568 โดยททท.ร่วมกับ IN-TOUCH Research & Consultancy (กลุ่มตัวอย่าง 562 ราย) มีสถิติการใช้จ่ายกว่า 6.4 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป (เฉลี่ย 64,469 บาทต่อคนต่อทริป คิดเป็นการใช้จ่ายต่อวันต่อคนเฉลี่ยที่ 4,368 บาท) สะท้อนให้เห็นถึง ศักยภาพตลาดลาตินอเมริกา นักท่องเที่ยวระยะไกล(long-hual)ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่มีพฤติกรรมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบพร้อมมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อบริการที่ยั่งยืนคิดเป็นร้อยละ 58.01
ลาตินอเมริกา ตลาดดาวรุ่ง ประทับใจเที่ยวไทยยาว พร้อมกลับมาเที่ยวซ้ำ
แนวโน้มที่บ่งชี้การศักยภาพการเติบโต (Emerging Market Growth) สถิติจากปี 2568-2569 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวลาตินอเมริกาที่เดินทางมาไทยครั้งแรก(first visitor) ราวร้อยละ 84 และแสดงความต้องการกลับมาเที่ยวไทยซ้ำ ในระยะ 2–3 ปีข้างหน้าสูงถึงร้อยละ 72.42 และมีความพึงพอใจต่อการท่องเที่ยวไทยสูงถึงร้อยละ 98.75 นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวลาตินอเมริกากลุ่มนี้มากกว่าครึ่ง หรือร้อยละ 60.14 เผยว่าได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวมากกว่าที่คาดหมายไว้ และมีแนวโน้มจะเชิญชวนคนมาเที่ยวหรืออัตราการบอกต่อสูงถึง ร้อยละ 97.33
โดยกิจกรรมยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวลาตินอเมริกา 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารไทยร้อยละ 84.34 เป็นแนวสตรีทฟู้ดหรืออาหารในท้องถิ่นได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาเป็นการเยี่ยมชมโบราณสถานและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ร้อยละ83.6 กิจกรรมชายหาดร้อยละ 70.82 ขณะที่กลุ่มนิยมการท่องเที่ยววิถีชุมชนมีใกล้เคียงกับการท่องเที่ยวสถานบันเทิงยามค่ำคืน คิดเป็นร้อยละ 55.34และ ร้อยละ 54.09 ตามลำดับ
ในด้านพฤติการวางแผนและการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวลาตินอเมริกา มักจะการวางแผนการเดินทางล่วงหน้านานกว่า 3 เดือน (เฉลี่ย 93.90 วัน) และ เข้าพักเฉลี่ย 2 สัปดาห์ เป็นกลุ่มพำนักระยะยาว(long stay) และมีการกระจายตัวสูงไปตามเมืองต่างๆของไทย โดยจุดหมายยอดนิยมสูงสุดของนักท่องเที่ยวลาตินอเมริกา เรียงตามลำดับดังนี้ กรุงเทพฯร้อยละ 80.43 รองลงมาคือ กระบี่ (ร้อยละ 48.40), เชียงใหม่ ร้อยละ 45.55 ภูเก็ต ร้อยละ 43.77 และเชียงราย ร้อยละ 21.89) ตัวเลขการใช้จ่ายเฉลี่ย 6.4 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายสูงสุดใช้สำหรับค่าที่พักราว 26,449 บาทรองลงมาคือกิจกรรมประสบการณ์ท่องเที่ยวและความบันเทิงต่างๆรวม13,240 บาท และการชอปปิ้งจับจ่ายซื้อของ ราว 9,944 บาท
ประเทศในลาตินอเมริกาที่เป็นตลาดดาวรุ่งในปีนี้และปีหน้า คือ บราซิล (เพิ่มร้อยละ 10.85)เม็กซิโก(เพิ่มร้อยละ 14.45) อาร์เจนติน่า (เพิ่มร้อยละ 19.53)โคลัมเบีย (เพิ่มร้อยละ60.45) โดยวัดจากสถิตินักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวปีงบประมาณ 2569-2570 มุ่งดันจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เข้าสู่ไทย จาก บราซิล 79,500 คน รายได้ 5,000 ล้านบาท อาร์เจนตินา 30,500 คน รายได้ 1,600 ล้านบาท ขณะที่ โคลอมเบียและเม็กซิโก ซึ่งถูกจัดรวมอยู่ในกลุ่มตลาดอื่นของทวีปอเมริกานอกสหรัฐฯ-แคนาดา ลาตินอเมริกาและแถบคาริบเบียน ตั้งเป้ารวมไว้ 141,000 คน และคาดการณ์รายได้ 8,900 ล้านบาท
ทั้งนี้ ททท.ในปี 2570 ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจากลาตินอเมริกา โดยเฉพาะบราซิล อาร์เจนตินา เม็กซิโกและโคลัมเบีย รวมกว่า 2.5 แสนคน (251,000 คน ) และคาดการณ์รายได้แตะที่ 1.5 หมื่นล้านบาท (15,500 ล้านบาท)
ยุโรปตะวันออกโตต่อเนื่อง ปักธงปี 2570 ดึงรายได้ 3.4 หมื่นล้านบาท
สำหรับตลาดยุโรปตะวันออก ตลาดดาวรุ่งสำคัญที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง จากประเทศ สาธารณรัฐเช็ก โปแลนด์ ฮังการี โรมาเนีย และสโลวาเกีย มีนักท่องเที่ยวยุโรปตะวันออกเที่ยวไทยราวกว่า 5 แสนคน (จำนวน 533,853 คน) ขยายตัวร้อยละ 24.53 และ เฉพาะช่วงสองไตรมาสแรกปี 2569 (มกราคม-สิงหาคม)จำนวนนักท่องเที่ยว 352,426 คน เติบโตอีกร้อยละ 9.15 และมีรายจ่ายต่อคนต่อทริปเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นบาท
โดยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุโรปตะวันออกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคู่รักและกลุ่มครอบครัว กิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยมคือ กิจกรรม เกี่ยวกับทะเลและชายหาด อาหารไทย และนวดไทย และมีการกระจายตัวไปตามเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง กรุงเทพมหานคร ชลบุรี(พัทยา) ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ตามลำดับ
ทางททท.ตั้งเป้าหมายปี 2570 ดึงดูด “นักท่องเที่ยวยุโรปตะวันออก” เพิ่มจำนวนต้นปี 2569 ที่มี 5.3 แสนคน เพิ่มเป็น 5.8 แสนคน(586,500 คน) คาดการเติบโตราวร้อยละ 24.53 ดันรายได้แตะหลัก 3 หมื่นล้านบาท (34,580 ล้านบาท)
ททท.หนุนปลดล็อก การเดินทางระยะไกล(long-hual) เพิ่มเที่ยวบินตรง เชื่อมต่อเมืองต้นทางใหม่
ทั้งนี้ แผนการดันตลาดเชิงรุก สำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางระยะไกลทั้งสองภูมิภาค (ยุโรปตะวันออก และ ลาตินอเมริกา) ททท.อิงยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้านได้แก่ การเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Z, คู่รัก และครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง โดยเน้นนำเสนอสินค้า Wellness ในแนวคิด Healing is the New Luxuryและการท่องเที่ยวแบบลดการปล่อยคาร์บอน การชูเสน่ห์เอกลักษณ์ไทย (Soft Power & Creative Content) ด้านวัฒนธรรม อาหาร มวยไทย และดันกระแสซีรีส์ สื่อบันเทิงดนตรีป๊อปไทยหรือ T-Pop สู่ระดับสากลเพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจในการเดินทาง อาทิ งานT-Pop World Tour เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่บราซิล แถบลาตินอเมริกา ซึ่งในปี2568 ซีรีส์วายไทยขยายตลาดสู่ต่างประเทศ สร้างรายได้ทะลุกว่า 250 ล้านบาทในประเทศบราซิล เป็นต้น
การเชื่อมต่อและขยายเส้นทางการบินเพื่อปลดล็อกอุปสรรคการเดินทางระยะไกล และสุดท้ายคือการขยายเมืองต้นทางใหม่ (NEW ORIGIN CITIES) และโปรโมทปลายทางเมืองรองในไทยเพิ่มขึ้น (New Destinations)ด้วยการเปิดเกมรุกเจาะตลาดเมืองรองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจในประเทศต้นทางในประเทศต้นทางควบคู่กับการโปรโมทท่องเที่ยวเมืองรองของไทย (Link Plus)ยกระดับเป็น “เมืองน่าเที่ยว” เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้อย่างทั่วถึงด้วย
ผู้ว่าการททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ลาตินอเมริกาและยุโรปตะวันออก จะมีข้อจำกัดเรื่องระยะทางและการเชื่อมต่อเที่ยวบิน แต่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High Spending) ที่นิยมพักระยะยาวและมองหาประสบการณ์เชิงคุณค่า ททท. จึงมุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์ท่องเที่ยวไทยผ่านผู้ประกอบการและ Luxury Travel Agents ในพื้นที่ รวมถึงการจับมือสายการบินพันธมิตรจัดแพ็กเกจเชื่อมโยงไฟลต์บินข้ามทวีปรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้วย”
โดยประเดิมตลาดยุโรปตะวันออกในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 กับการเปิดรอบปฐมฤกษ์สายการบิน LOT Polish Airlines สายการบินแห่งชาติโปแลนด์ เส้นทางกรุงวอร์ซอ–กรุงเทพฯ บริการ3–5เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมถึงเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flights)การทำ Codeshare และ Transit เป็นการขยายเที่ยวบินตรงเปิดไทยเป็น “ฮับการบิน” เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากยุโรปกลางและตะวันออกเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเที่ยวไทยได้ตลอดทั้งปี
ขณะที่เส้นทางเชื่อมกับลาตินอเมริกา ผ่านสายการบินพันธมิตรอย่าง ANA, Ethiopian Airlines, Qatar Airways, Emirates, Etihad Airways และ Hainan Airlines
สำหรับยุทธศาสตร์ การขยายเมืองต้นทางใหม่ (NEW ORIGIN CITIES)ในภูมิภาคยุโรป เพื่อการปรับพอร์ตการตลาดลดการกระจุกตัวในตลาดหลัก เพิ่มโอกาสเติบโตของการท่องเที่ยวไทยได้อย่างยั่งยืน อาทิ เมือง นีซ ลียง ตูลูส มาร์กเซยล์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เมือง ฮัมบูร์ก ดุสเซลดอร์ฟ โคโลญจน์ ชตุทซการ์ทในประเทศเยอรมนี เมืองซาลสบูร์ก และ กราซ ในประเทศออสเตรีย และเมิงบาเซล เบิร์นและโลซานน์ใน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น
ขณะที่ปลายทางใหม่ (New Destination) กระจายนักท่องเที่ยวด้วยข้อเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยว เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตอบโจทย์กลุ่มคู่รักและครอบครัวที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สุขภาพ และมวยไทย เน้นกิจกรรมหาดทรายชายทะเลที่ยังติดอันดับยอดนิยม และขยายเส้นทางท่องเที่ยวเพิ่มเติมทั้งในปลายทางยอดนิยมเมืองหลักและและเมืองรอง ผ่านกระบวนการสร้างการรับรู้เป็นที่รู้จักมากขึ้น อาทิ ชุมชนทุ่งหยีเพ็ง จังหวัดกระบี่ และพังงา เป็นต้น
นอกจากนี้ ททท.ยังได้เดินหน้าบุกตลาด B2B และ B2C อย่างเข้มข้น ผ่านการเข้าร่วมงานเทรดโชว์และจัดโรดโชว์ระดับนานาชาติเจาะกลุ่มลาตินอเมริกาและยุโรป เช่น งาน FITUR (สเปน), งาน ANATO Travel Show (โคลอมเบีย), งาน ILTM Latin America (บราซิล), Ladevi Workshop (ชิลี เปรู อาร์เจนตินา), งาน Emirates Roadshow in Mexico ตลอดจนการจัดเทศกาล Thai Festival ณ นครเซาเปาโล ประเทศบราซิล และกรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร
